ข้อแนะนำหยุดทาน อาหารเสริม เอสซีเครท แบบไม่ให้โยโย่

ข้อแนะนำหยุดทาน อาหารเสริม เอสซีเครท แบบไม่ให้โยโย่

อาหารเสริม เอสซีเครท
อาหารเสริม เอสซีเครท

อาหารเสริม เอสซีเครท – ในการหยุดหรือเลิกทานผลิตภัณฑ์ s-secret เมื่อได้น้ำหนักที่ต้องการแล้ว แนะนำว่า ค่อยๆหยุดทาน เพื่อร่างกายจะได้ปรับสภาพ
– โดยการทานวันเว้นวัน ประมาณ 2 สัปดาห์
– และเว้นวันทาน เว้นอีกสองวัน อีก 2 สัปดาห์
ซึ่งระหว่างนี้พยายายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารให้เหมาะสมและควรออกกำลังกายและดื่มน้ำมากๆ
* ช่วงระหว่างนี้ ไม่ควรทานกาแฟลดน้ำหนัก ควบคู่กับการทานอาหารเสริมลดน้ำหนัก เพราะอาจจะแรงเกินไป อาจเป็นอันตรายได้ การหยุดทานแบบตัดบทเลยทีเดียวอาจทำให้เกิดสภาวะโยโย่ได้ เพราะร่างกายปรับสภาพไม่ทัน

สาเหตุที่ทำให้เกิดสภาวะอ้วนแบบโยโย่

1. ไม่ทานอาหารเช้าเป็นประจำ เมื่อถึงจุดหนึ่งที่พลังสำรองของร่างกายพร่องลงมาก จะเกิดอาการอ่อนเพลีย ง่วงนอนทั้งวัน เหนื่อยง่าย อยากทานอาหารประเภทที่ให้พลังงานสูง อย่างเช่นของหวาน อาหารประเภทแป้ง อยู่ตลอดเวลา
2. ดื่มกาแฟแทนการทานอาหารมื้อเช้า สรุปให้ง่ายก็คือยิ่งกระตุ้นด้วยกาแฟมากเท่าไหร่ก็ยิ่งอ่อนเพลีย ร่างกายจะยิ่งดูดซึมอาหารกลุ่มพลังงานมากขึ้นกลายเป็นคนอ้วนที่ไม่มีแรงง่วงนอนอยู่เสมอ
3. อดอาหารเพื่อลดน้ำหนักนานเกินไป การอดอาหารจะทำให้เกิดการโยโย่ได้เพราะระบบของร่างกายจะเสียสมดุล ทำให้เมื่อได้รับอาหารระบบร่างกายจะปรับให้รับอาหารได้มากขึ้นเผื่อกรณีที่อดขาดอาหารจากการอดอาหารนั่นเอง
4. ทานยาลดน้ำหนักที่ทำให้ไม่อยากอาหารและกระตุ้นการใช้พลังงานของร่างกายมากเกินไป

การแนะนำการทานอาหารเสริม เอสซีเครท เบื้องต้น (ลองเอาไปปรับใช้นะค่ะ)

1.ดื้อยาลดยาก หรือผ่านการทานอาหารเสริมลดน้ำหนักมาเยอะ เคสนี้สามารถลดได้ แต่ถ้าเคสดื้อยามาก การทาน เอส ซีเครท ลดน้ำหนัก อาจต้องใช้เวลาทานนานขึ้นถึง 20 วัน ถึงจะเห็นผล น้ำหนักลด สัดส่วนลด และแนะนำให้ออกกำลังกายและคุมการทานแป้งและไขมันร่วมด้วย จะทำให้ลดได้เร็วขึ้นค่ะ
2.อ้วนหลังคลอด อ้วนเพราะทานจุกจิก อ้วนเพราะทำหมัน สามารถลดได้ เพราะเอสซีเครท ทำให้ความอยากอาหารน้อยลงจึงทำให้ทานได้น้อยลง
3.อ้วนกรรมพันธ์ เป็นเคสที่ลดยากมาก แนะนำให้ทำออกกำลังกายและควบคุมอาหารควบคู่ค่ะ ถึงจะเห็นผลลัพธ์
5.อ้วนเพราะดื่มแอลกอฮอล์ กรณีนี้แนะนำให้ต้องลดการดื่มแอลกอฮอล์ลงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะถ้ายังทานหนักแบบเดิม ก็จะลดได้น้อยและใช้เวลานานกว่าจะลด
6.อ้วนเพราะยาคุมกำเนิด ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าทานยาคุมแล้วอ้วน ต้องให้ลูกค้าไปปรึกษาเภสัช ทานตัวยาคุมกำเนิดยี่ห้อที่ไม่อ้วนราคาก็อาจจะแพงกว่า แต่ก็คุ้มกว่าการต้องเพิ่มการทานยาลดน้ำหนัก

7 ผลไม้ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน

7 ผลไม้ลดน้ำหนัก คนที่ลดน้ำหนักควรทานผลไม้ แต่ก็มีผลไม้บางชนิดที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างยิ่ง เช่น ทุเรียน เป็นต้น แต่วันนี้เรามี 7 ผลไม้มหัศจรรย์ที่มีคุณค่าทางอาหาร กากใย และมีความหวานน้อย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือกำลังควบคุมน้ำตาลอยู่ ไปดูกันดีกว่าค่ะว่า จะมีผลไม้ชนิดใดบ้าง

7 ผลไม้ลดน้ำหนัก

1.แอปเปิ้ล (Apple) – เป็นผลไม้ที่มีวิตามิน และไฟเบอร์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยระบบขับถ่าย อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่คนลดน้ำหนักควรทานอย่างยิ่ง

2.ลูกแพร์ (Pear) – ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง อีกทั้งยังมีส่วนที่ช่วยบำรุงหัวใจ ทำให้รู้สึกอิ่มท้อง แต่ไม่รู้สึกหนักท้องอีกด้วยค่ะ

3.กล้วยน้ำว้า (Banana) – ผลไม้ที่ดีและมีประโยชน์มาก เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ โพแทสเซียม และวิตามินบี 6 มีส่วนช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน พร้อมทั้งบำรุงร่างกาย และทำให้รู้สึกอิ่มนาน

4.บลูเบอร์รี่ (Blueberry) – ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วน และช่วยลดน้ำหนักได้ดี

5.สตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry) – ผลไม้โปรดของใครหลายคน ซึ่งมีรสชาติอร่อย หวานอมเปรี้ยว มีวิตามินซีสูง และยังมีฮอร์โมนที่ช่วยเร่งระบบเผาผลาญพลังงาน ลดไขมันสะสมในร่างกาย ดังนั้นสตรอว์เบอร์รี่จึงเป็นผลไม้ที่คนลดน้ำหนักไม่ควรพลาด

6. กีวี (Kiwi) – มีรสชาติอร่อย ทานแล้วรู้สึกสดชื่น อีกทั้ง กีวียังมีคุณสมบัติที่ช่วยปรับความสมดุลในร่างกาย และทำให้รู้สึกอิ่มได้นานขึ้นด้วยค่ะ คนที่ลดน้ำหนักควรหันมาทานกีวีแทนขนมนมเนยต่าง ๆ

7.เกรปฟรุต (Grape fruit) – เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับคนลดความอ้วนอย่างมาก เพราะมีไฟเบอร์สูง และยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณ เรียกได้ว่าทั้งประโยชน์ทั้งหุ่นสวย และผิวพรรณดีเลยล่ะค่ะ

วิธีลดน้ำหนักแบบง่าย ๆ ฉบับคนไม่มีเวลา

วิธีลดน้ำหนักแบบง่าย ๆ ฉบับคนไม่มีเวลา

วิธีลดน้ำหนักแบบง่าย

สำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก แต่ไม่มีเวลาออกกำลังกายและไม่มีเวลาดูแลตัวเอง จะทำอย่างไรดี วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝากสำหรับคนที่ไม่มีเวลา แต่อยากลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักด้วยวิธีง่าย ๆไม่มีอะไรยุ่งยากและซับซ้อน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

• เปลี่ยนจากทานข้าวขาว มาทานข้าวกล้อง
วิธีนี้ง่ายมาก เพราะข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย ทุกคนต้องทานข้าวกันอยู่แล้ว สำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก ข้าวกล้องช่วยได้ค่ะ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินมากมายหลายชนิด อีกทั้งยังไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย

• แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย
ลองเปลี่ยนมาขยับร่างกายบ่อย ๆ เช่น เดินขึ้นบันได เปลี่ยนการขึ้นลิฟล์เป็นการเดิน เวลานั่งก็ขยับขาบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้ใช้พลังงานก็เท่ากับเป็นการเผาผลาญพลังงานไปในตัว หรือจะให้ดีทำพร้อมกับทำงานบ้านไปด้วยก็จะเป็นการใช้เวลาให้คุ้มค่าด้วยค่ะ

• ดื่มน้ำก่อนทานข้าว 15 นาที
วิธีนี้จะช่วยให้คุณทานข้าวอิ่มเร็วขึ้น ไม่ทานในปริมาณที่มากจนเกินความพอดีซึ่งก็เป็นส่วนช่วยในการที่จะรับอาหารเข้าไปสะสมในร่างกายอีกทางหนึ่ง

• เลือกทานผลไม้แทนของหวาน
หากรู้สึกอยากทานขนมหรือของหวาน ให้เปลี่ยนมาทานเป็นผลไม้ที่ช่วยให้อิ่มท้อง และยังช่วยลดน้ำหนักได้ดีแทน เช่น แอปเปิ้ล กีวี กล้วยน้ำว้า เป็นต้น

• ดื่มน้ำมาก ๆ
ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อชดเชยน้ำในร่างกาย และรู้สึกอิ่มจนไม่อยากทานขนมหรือของหวานเพิ่มด้วยและงดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลทุกชนิด เพื่อลดพลังงานรับเข้าสู่ร่างกายค่ะ

• นอนหลับให้เพียงพอและเข้านอนแต่หัวค่ำ
การนอนหลับให้เพียงนอนนั้นควรนอน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน จะเป็นการลดน้ำหนักที่ได้ผล ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ไม่อ่อนเพลีย อีกทั้งหน้าตาผิวพรรณก็จะดูอ่อนเยาว์ด้วยนะคะ การเข้านอนแต่หัวค่ำก็สำคัญไม่แพ้กัน การนอนดึกจะทำให้เราหิวและสุดท้ายก็จะเป็นการเพิ่มการทานมากขึ้น และหลังจากการทานมื้อดึกส่วนใหญ่ก็จะนอนในทันทีทำให้ไม่มีการใช้พลังงานที่พึ่งทานเข้าไปและสะสมในร่างกายในที่สุด วิธีเลี่งโดยการนอนแต่หัวค่ำจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ

10 วิธีออกกำลังกายที่บ้าน โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ออกกำลังกาย

10 วิธีออกกำลังกายที่บ้าน โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ออกกำลังกาย

จะดีไหมไหมถ้าเราสามารถซื้ออุปกรณ์ออกกกำลังกายที่มีในศูนย์ฟิตเนสได้ทั้งหมด มันก็คงจะดีถ้าเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคนที่จะทำได้ การออกกำลังกายเป็นสิ่งงสำคัญ และเราก็สามารถออกกำลังกายให้มีประสิทธิภาพได้โดยที่ไม่ต้องมีอุปกรณ์ใดๆ โดยทำที่บ้าน และถ้าต้องการให้สนุกยิ่งขึ้นก็สามารถฟังเพลงหรือดูทีวีไปด้วยก็ได้

10 วิธีออกกำลังกายที่บ้าน

10 วิธีในการออกกำลังกายที่บ้าน
ต่อไปนี้เราจะไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับการออกกำลังกายอีกแล้ว เพราะนี่คือ 10 ตัวอย่างการออกกกำลังกายที่บ้าน

1. การเดิน – ถ้าหากอากาศดีๆ เราก็สามารถเดินชมรอบๆ บ้าน ดูวิวดูต้นไม้ ชมสวน หรือเดินบริเวณหมูบ้านก็ได้ แต่ถ้าสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยนักก็สามารถเดินขึ้นลงบันใดในบ้านได้ โดยจะสามารถทำงานบ้านไปด้วยก็ได้ เช่นเดินหยิบของ จัดของจากชั้นล่างไปชั้นบน เป็นต้น ซึ่งการเดินขึ้นบันใด จะช่วยให้กล้ามเนื้อขาเราแข็งแรงขึ้น ดีว่าการแอโรบิก ที่อยู่กับที่บนพื้น
ตัวอย่างการเผาผลาญแครอรี่ จากการเดิน 1 ชั่วโมง
– เดินขึ้นบันได 600-1080 กิโลแคลอรี่
– เดินขึ้นเนิน 480-900 กิโลแคลอรี่
– เดินช้า 150 กิโลแคลอรี่
– เดินธรรมดา 300 กิโลแคลอรี่
– เดินลงบันได 425 กิโลแคลอรี่
– เดินลงเนิน 240 กิโลแคลอรี่
– เดินเร็ว 420-480 กิโลแคลอรี่
– เดินเล่น 210 กิโลแคลอรี่

2. กระโดดตบ – เป็นอะไรที่ง่ายและยังได้ออกกำลังกายอีกด้วย ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจให้สูบฉีด กระชับกล้ามเนื้อต้นแขน และขา

3. วิดพื้น ดันพื้น – วิธีนี้สำหรับบางคนอาจจะดูยาก แต่เราก็สามารถประยุกต์ให้เหทาะกับเราได้ โดยอาจจะคุกเข่า แทนการเหยีดขาตรง เพื่อให้ง่ายขึ้น วิธีนี้จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อแขนและหน้าอก สามารถทำได้ทั้งชาย หญิง

4.นอนยกขา – เหมาะสำหรับการสร้างตวามแข็งแรงกล้ามเนื้อขา กระชับก้น และสำหรับคนที่ถ้ายกขาตรงยาก ก็สามารถงอเข่าได้

5. ซิทอัพ – เป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อท้อง วิธีการง่ายๆ โดยเราไม่จำเป็นต้องยกหัวให้ขึ้นชนกับเข่า แค่ยกมาพอที่จะรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อหน้าท้องมีการเกร็ง ค้างไว้ 3-5 วินาที

6. วิ่งจ๊อกกิ้ง – เป็นการออกกำลังที่ดีต่อกล้ามเนื้อหัวใจ ช่วยให้หัวใจได้ออกกำลังกาย แต่สำหรับภายในบ้านอาจจะเป็นเรื่องยากซักหน่อย ลองวิ่งในสวนหรือรอบๆ หมู่บ้านดู

7. สควอซ – เป็นการออกกำลังกายที่ดีสำหรับขาและก้น วิธีการคือ กางขาออกเล็กน้อย เหยียดแขนไปข้างหน้า ย่อเข่าลงจนเข่าตั้งฉากกัน ค้างไว้ 2 วินาที แล้วค่อยๆ ยืนขึ้น

8. ยกน้ำหนัก – เราไม่จำเป็นต้องออกไปซื้ออุปกรณ์หรือดัมเบล เพื่อที่จะใช้มายก เราสามารถหาสิ่งรอบตัวภายในบ้าน เช่นกระป๋องนมข้ม หรือขวดน้ำที่มีน้ำหนักมาใช้แทนก็ได้

9.เต้นรำ – เป็นอีกหนึ่งการออกกำลังกายที่ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง และยังสนุกสนานอีกด้วย วิธีการง่ายๆ คือเปิดคลิปในยูทูป หรือเพลง cover ที่คุณชื่นชอบ แล้วเต้นตามก็ได้

10.สเต็บ แอโรบิค (Step aerobics) – ขั้นตอนการออกกำลังกายแบบสเต็ป เราสามารถหาสเต็ปได้ทั่วไปในอินเตอร์เน็ต แล้วทำตาม หรือจะดูในยูทูปก็มีให้ดูมากมาย

วิธีดังกล่าวข้างต้นเป็นเพียงข้อแนะนำหรือเป็นไอเดียวสำหรับการออกกำลังกายเท่านั้นค่ะ สำหรับแต่ละท่าและรายละเอียดเพิ่มเติม ก็สามารถหาในอินเตอร์เน็ตได้ค่ะ

การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญมาก เราไม่จำเป็นต้องไปข้างนอกหรือสมัครคอร์สฟิตเนสราคาแพงเลย และยังไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปกับการซื้ออุปกรณ์การออกกำลังกายให้เปลือง เพียงแค่การวางแผนการออกกำลังกาย ว่าต้องการที่จะบริหารส่วนไหน เลือกท่าออกกำลังกาย กำหนดเวลาแต่ละท่า แต่ละเซ็ท ทำการจดบันทึก เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถมีสุขภาพร่างกายที่ดี และรูปร่างสวยกระชับได้ อย่าลืมว่าการออกกำลังกายให้มีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญ ไม่ใช่ อุปกรณ์ หรือเวลา แต่อยู่ที่ใจ เลิกหาข้ออ้าง เปลี่ยนเห็นหาโอกาสและลงมือเริ่มออกกำลังกายกันค่ะ

แบตสำรอง Powerbank Eloop แบตเตอรี่พกพา ยอดนิยม

แบตสำรอง Powerbank Eloop

แบตสำรอง นับตั้งแต่สมาร์โฟนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบัน แทบจะพูดได้ว่าไม่มีใครที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งแทบจะกลายเป็นปัจจัยที่ 5 เลยก็ว่าได้ ซึ่งปัจจุบัน โทรศัพท์ก็ไม่ได้มีไว้แค่โทรอีกต่อไป การใช้งานหลายหลายรูปแบบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดูหนัง ฟังเพลง เล่นเฟสบุ๊ค ไอจี ดูยูทูป เล่นเกม หรือแชทคุยกันผ่าน Application ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Line, Facebook massenger และอื่นๆ ทำให้การใช้พลังงานจากแบตเตอรี่มากขึ้นตามมาด้วย ก็จะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้นมาก

ปัญหาโทรศัพท์แบตหมดในระหว่างการใช้งาน จึงนับว่าเป็นปัญหาที่กวนใจ กวนอารมณ์กับใครหลายๆ คน โดยเฉพาะถ้าเล่นเกมแบบทีมอยู่ และแบตหมดอาจจะโดนโทษหักแต้ม หัก EXP ซ้ำไม่พอยังอาจโดนเพื่อนๆด่าได้อีก หรือว่ากำลังนัดเจอเพื่อนหรือแฟนอยู่ข้างนอกที่ไม่มีที่ชาร์จยิ่งถือว่าเลวร้ายสุดๆ จนอาจจะถึงผิดใจกันได้

โดยปกติแล้วถ้าเราอาศัยอยู่บ้านตลอดก็จะไม่มีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่หมด เพราะเราก็จะสามารถชาร์จได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ถ้าเมื่อไหร่เราต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ไปเที่ยวต่างจังหวัด ต่างประเทศ เดินป่า ขึ้นเขา ที่หาที่ชาร์จยากๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีแบตสำรอง พกพา หรือที่เราเรียกว่า พาว์เวอร์แบงค์ (Powerbank) นั่นเอง โดยตัวอุปกรณ์แบตสำรองพกพา Powerbank นั้นเริ่มมีมาหลังจากที่สมาร์ทโฟนมีมาไม่นาน เรียกว่าตามกันมาติดๆ เนื่องจากปัญหาการใช้พลังงานแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟน โดยเริ่มแรกตัวแบตสำรองที่เข้ามาในไทยที่คนรู้จักจะเป็นยี่ห้อ YOOBAO รุ่น 13000 mAh Thunder power bank, Model: YB651 (รุ่น Transformer) ที่เป็นที่นิยมมาก โดยราคาในช่วงแรกๆ ก็จะแพงด้วยคือเป็นหลักพันบาทเลยทีเดียว

power bank YOOBAO
power bank YOOBAO

ในปัจจุบันมี Powerbank มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งยี่ห้อ ขขนาดความจุ รูปลักษณ์ สี ราคา เพื่อให้หลากหลายและตรงกับความต้องการของแต่ละคนมากขึ้น โดย Powerbank ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมมากยี่ห้อหนึ่งในปัจจุบันนี้คือ Eloop (อีลูป)

 

แบตสำรอง Powerbank Eloop

แบตสำรอง Powerbank Eloop
แบตสำรอง Powerbank Eloop

Powerbank Eloop เป็นพาวเวอร์แบงค์ที่ได้รับความนิยมมาก ผลิตที่ประเทศจีน (Powerbank ประเทศไทยเกือบทั้งหมด ผลิตที่จีน) เป็นแบตสำรองที่ได้มาตรฐาน แบตเต็ม Loss น้อย และก็ยังถือว่ามีความปลอดภัยอีกด้วย น้องจากนี้ Eloop ยังเด่นด้วยรูปลักษณ์ ดีไซน์ ขนาดความจุที่หลากหลายขนาด ตั้งแต่ 4000 mAh (Eloop E18) ไปจนถึงขนาด 20,000 mAh (Eloop E14) เลยที่เดียว ซึ่งปัจจุบัน Powerbank Eloop มีให้เลือกมากมายหลายแบบหลายความจุ โดยมีรุ่นที่นิยมมี ดังนี้

E11 (11,000 mAh) / ราคาตลาด* 500 – 700 บาท / มี 3 สี ดำ, เงิน, ทอง
E12 (11,000 mAh) / ราคาตลาด* 400 – 700 บาท / มี 5 สี เหลือง ฟ้า เขียว ดำ ลายไม้
E13 (13,000 mAh) / ราคาตลาด* 400 – 800 บาท / มี 4 สี ขาว, ดำ, น้ำตาล, เทา
E14 (20,000 mAh) / ราคาตลาด* 600 – 800 บาท / มี 4 สี เขียว, ดำ, เงิน, ทอง
E17 (10,000 mAh) /  ราคาตลาด* 600 – 800 บาท / มี 4 สี เงิน ทอง ฟ้า ชมพู
E18 (4000 mAh) / ราคาตลาด* 300 – 400 บาท / มี 4 สี เงิน ทอง ฟ้า ชมพู
E19 (18,000 mAh) / ราคาตลาด* 600 – 800 บาท / มี 2 สี ดำ, ลายพราง

*ราคาโดยประมาณ อ้างอิงจาก Lazada (10/2017)
** สำหรับรุ่นที่ไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้จะเป็นรุ่นที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม

โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็น E14 มีความจุถึง 20,000 mAh สามารถชาร์จได้หลายครั้งเลยที่เดียว แต่ก็มีข้อเสียคือ มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา สำหรับเราชาว Gamer หรือชาว Social media ที่ปัญหาแบตหมดสำคัญกว่า

 ประวัติความเป็นมา

Powerbank Eloop ผลิตโดย ShenZhen Eloop Technology Co.,Ltd เป็นบริษัทออกแบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก่อตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม ปี 2553 ที่เมืองเซินเจิ้นประเทศจีน เป็นบริษัทที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่เข้มงวด แม่นยำและมีคุณภาพบริษัทหนึ่ง ปัจจุบัน แบตสำรอง Powerbank Eloop ถูกส่งขายไปยังหลายๆประเทศได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม ญี่ปุ่นสาธารณรัฐเช็ก เยอรมนี รัสเซีย และประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศ และคุณภาพก็เป็นที่ยอมรับทำให้มีความนิยมอยู่ในปัจจุบัน

นอกจาก Eloop แล้ว ShenZhen Eloop Technology Co.,Ltd ยังแตกไลน์แบรนด์มาอีก ชื่อ Orsen โดยมีรูปลักษณ์เหมือนกับ Eloop ทุกอย่าง (เนื่องจากปัญหาลิขลิทธ์ชื่อ ภายในองค์กร)

บทสรุป

เทคโนโลยีในปัจจุบันก้าวล้ำไปเร็วมาก มีบริษัทผู้ผลิตก็มากตาม ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย บริษัทไหนที่สามารถคงมาตรฐานการผลิตและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆมาได้ก่อนก็จะสามารถอยู่ในตลาดได้นาน แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ก็คงต้องลมหายปิดบริษัทกันไป