Month: November 2017

7 ผลไม้ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน

7 ผลไม้ลดน้ำหนัก คนที่ลดน้ำหนักควรทานผลไม้ แต่ก็มีผลไม้บางชนิดที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างยิ่ง เช่น ทุเรียน เป็นต้น แต่วันนี้เรามี 7 ผลไม้มหัศจรรย์ที่มีคุณค่าทางอาหาร กากใย และมีความหวานน้อย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือกำลังควบคุมน้ำตาลอยู่ ไปดูกันดีกว่าค่ะว่า จะมีผลไม้ชนิดใดบ้าง

7 ผลไม้ลดน้ำหนัก

1.แอปเปิ้ล (Apple) – เป็นผลไม้ที่มีวิตามิน และไฟเบอร์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยระบบขับถ่าย อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่คนลดน้ำหนักควรทานอย่างยิ่ง

2.ลูกแพร์ (Pear) – ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง อีกทั้งยังมีส่วนที่ช่วยบำรุงหัวใจ ทำให้รู้สึกอิ่มท้อง แต่ไม่รู้สึกหนักท้องอีกด้วยค่ะ

3.กล้วยน้ำว้า (Banana) – ผลไม้ที่ดีและมีประโยชน์มาก เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ โพแทสเซียม และวิตามินบี 6 มีส่วนช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน พร้อมทั้งบำรุงร่างกาย และทำให้รู้สึกอิ่มนาน

4.บลูเบอร์รี่ (Blueberry) – ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วน และช่วยลดน้ำหนักได้ดี

5.สตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry) – ผลไม้โปรดของใครหลายคน ซึ่งมีรสชาติอร่อย หวานอมเปรี้ยว มีวิตามินซีสูง และยังมีฮอร์โมนที่ช่วยเร่งระบบเผาผลาญพลังงาน ลดไขมันสะสมในร่างกาย ดังนั้นสตรอว์เบอร์รี่จึงเป็นผลไม้ที่คนลดน้ำหนักไม่ควรพลาด

6. กีวี (Kiwi) – มีรสชาติอร่อย ทานแล้วรู้สึกสดชื่น อีกทั้ง กีวียังมีคุณสมบัติที่ช่วยปรับความสมดุลในร่างกาย และทำให้รู้สึกอิ่มได้นานขึ้นด้วยค่ะ คนที่ลดน้ำหนักควรหันมาทานกีวีแทนขนมนมเนยต่าง ๆ

7.เกรปฟรุต (Grape fruit) – เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับคนลดความอ้วนอย่างมาก เพราะมีไฟเบอร์สูง และยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณ เรียกได้ว่าทั้งประโยชน์ทั้งหุ่นสวย และผิวพรรณดีเลยล่ะค่ะ

วิธีลดน้ำหนักแบบง่าย ๆ ฉบับคนไม่มีเวลา

วิธีลดน้ำหนักแบบง่าย ๆ ฉบับคนไม่มีเวลา

วิธีลดน้ำหนักแบบง่าย

สำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก แต่ไม่มีเวลาออกกำลังกายและไม่มีเวลาดูแลตัวเอง จะทำอย่างไรดี วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝากสำหรับคนที่ไม่มีเวลา แต่อยากลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักด้วยวิธีง่าย ๆไม่มีอะไรยุ่งยากและซับซ้อน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

• เปลี่ยนจากทานข้าวขาว มาทานข้าวกล้อง
วิธีนี้ง่ายมาก เพราะข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย ทุกคนต้องทานข้าวกันอยู่แล้ว สำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก ข้าวกล้องช่วยได้ค่ะ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินมากมายหลายชนิด อีกทั้งยังไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย

• แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย
ลองเปลี่ยนมาขยับร่างกายบ่อย ๆ เช่น เดินขึ้นบันได เปลี่ยนการขึ้นลิฟล์เป็นการเดิน เวลานั่งก็ขยับขาบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้ใช้พลังงานก็เท่ากับเป็นการเผาผลาญพลังงานไปในตัว หรือจะให้ดีทำพร้อมกับทำงานบ้านไปด้วยก็จะเป็นการใช้เวลาให้คุ้มค่าด้วยค่ะ

• ดื่มน้ำก่อนทานข้าว 15 นาที
วิธีนี้จะช่วยให้คุณทานข้าวอิ่มเร็วขึ้น ไม่ทานในปริมาณที่มากจนเกินความพอดีซึ่งก็เป็นส่วนช่วยในการที่จะรับอาหารเข้าไปสะสมในร่างกายอีกทางหนึ่ง

• เลือกทานผลไม้แทนของหวาน
หากรู้สึกอยากทานขนมหรือของหวาน ให้เปลี่ยนมาทานเป็นผลไม้ที่ช่วยให้อิ่มท้อง และยังช่วยลดน้ำหนักได้ดีแทน เช่น แอปเปิ้ล กีวี กล้วยน้ำว้า เป็นต้น

• ดื่มน้ำมาก ๆ
ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อชดเชยน้ำในร่างกาย และรู้สึกอิ่มจนไม่อยากทานขนมหรือของหวานเพิ่มด้วยและงดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลทุกชนิด เพื่อลดพลังงานรับเข้าสู่ร่างกายค่ะ

• นอนหลับให้เพียงพอและเข้านอนแต่หัวค่ำ
การนอนหลับให้เพียงนอนนั้นควรนอน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน จะเป็นการลดน้ำหนักที่ได้ผล ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ไม่อ่อนเพลีย อีกทั้งหน้าตาผิวพรรณก็จะดูอ่อนเยาว์ด้วยนะคะ การเข้านอนแต่หัวค่ำก็สำคัญไม่แพ้กัน การนอนดึกจะทำให้เราหิวและสุดท้ายก็จะเป็นการเพิ่มการทานมากขึ้น และหลังจากการทานมื้อดึกส่วนใหญ่ก็จะนอนในทันทีทำให้ไม่มีการใช้พลังงานที่พึ่งทานเข้าไปและสะสมในร่างกายในที่สุด วิธีเลี่งโดยการนอนแต่หัวค่ำจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ

10 วิธีออกกำลังกายที่บ้าน โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ออกกำลังกาย

10 วิธีออกกำลังกายที่บ้าน โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ออกกำลังกาย

จะดีไหมไหมถ้าเราสามารถซื้ออุปกรณ์ออกกกำลังกายที่มีในศูนย์ฟิตเนสได้ทั้งหมด มันก็คงจะดีถ้าเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคนที่จะทำได้ การออกกำลังกายเป็นสิ่งงสำคัญ และเราก็สามารถออกกำลังกายให้มีประสิทธิภาพได้โดยที่ไม่ต้องมีอุปกรณ์ใดๆ โดยทำที่บ้าน และถ้าต้องการให้สนุกยิ่งขึ้นก็สามารถฟังเพลงหรือดูทีวีไปด้วยก็ได้

10 วิธีออกกำลังกายที่บ้าน

10 วิธีในการออกกำลังกายที่บ้าน
ต่อไปนี้เราจะไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับการออกกำลังกายอีกแล้ว เพราะนี่คือ 10 ตัวอย่างการออกกกำลังกายที่บ้าน

1. การเดิน – ถ้าหากอากาศดีๆ เราก็สามารถเดินชมรอบๆ บ้าน ดูวิวดูต้นไม้ ชมสวน หรือเดินบริเวณหมูบ้านก็ได้ แต่ถ้าสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยนักก็สามารถเดินขึ้นลงบันใดในบ้านได้ โดยจะสามารถทำงานบ้านไปด้วยก็ได้ เช่นเดินหยิบของ จัดของจากชั้นล่างไปชั้นบน เป็นต้น ซึ่งการเดินขึ้นบันใด จะช่วยให้กล้ามเนื้อขาเราแข็งแรงขึ้น ดีว่าการแอโรบิก ที่อยู่กับที่บนพื้น
ตัวอย่างการเผาผลาญแครอรี่ จากการเดิน 1 ชั่วโมง
– เดินขึ้นบันได 600-1080 กิโลแคลอรี่
– เดินขึ้นเนิน 480-900 กิโลแคลอรี่
– เดินช้า 150 กิโลแคลอรี่
– เดินธรรมดา 300 กิโลแคลอรี่
– เดินลงบันได 425 กิโลแคลอรี่
– เดินลงเนิน 240 กิโลแคลอรี่
– เดินเร็ว 420-480 กิโลแคลอรี่
– เดินเล่น 210 กิโลแคลอรี่

2. กระโดดตบ – เป็นอะไรที่ง่ายและยังได้ออกกำลังกายอีกด้วย ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจให้สูบฉีด กระชับกล้ามเนื้อต้นแขน และขา

3. วิดพื้น ดันพื้น – วิธีนี้สำหรับบางคนอาจจะดูยาก แต่เราก็สามารถประยุกต์ให้เหทาะกับเราได้ โดยอาจจะคุกเข่า แทนการเหยีดขาตรง เพื่อให้ง่ายขึ้น วิธีนี้จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อแขนและหน้าอก สามารถทำได้ทั้งชาย หญิง

4.นอนยกขา – เหมาะสำหรับการสร้างตวามแข็งแรงกล้ามเนื้อขา กระชับก้น และสำหรับคนที่ถ้ายกขาตรงยาก ก็สามารถงอเข่าได้

5. ซิทอัพ – เป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อท้อง วิธีการง่ายๆ โดยเราไม่จำเป็นต้องยกหัวให้ขึ้นชนกับเข่า แค่ยกมาพอที่จะรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อหน้าท้องมีการเกร็ง ค้างไว้ 3-5 วินาที

6. วิ่งจ๊อกกิ้ง – เป็นการออกกำลังที่ดีต่อกล้ามเนื้อหัวใจ ช่วยให้หัวใจได้ออกกำลังกาย แต่สำหรับภายในบ้านอาจจะเป็นเรื่องยากซักหน่อย ลองวิ่งในสวนหรือรอบๆ หมู่บ้านดู

7. สควอซ – เป็นการออกกำลังกายที่ดีสำหรับขาและก้น วิธีการคือ กางขาออกเล็กน้อย เหยียดแขนไปข้างหน้า ย่อเข่าลงจนเข่าตั้งฉากกัน ค้างไว้ 2 วินาที แล้วค่อยๆ ยืนขึ้น

8. ยกน้ำหนัก – เราไม่จำเป็นต้องออกไปซื้ออุปกรณ์หรือดัมเบล เพื่อที่จะใช้มายก เราสามารถหาสิ่งรอบตัวภายในบ้าน เช่นกระป๋องนมข้ม หรือขวดน้ำที่มีน้ำหนักมาใช้แทนก็ได้

9.เต้นรำ – เป็นอีกหนึ่งการออกกำลังกายที่ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง และยังสนุกสนานอีกด้วย วิธีการง่ายๆ คือเปิดคลิปในยูทูป หรือเพลง cover ที่คุณชื่นชอบ แล้วเต้นตามก็ได้

10.สเต็บ แอโรบิค (Step aerobics) – ขั้นตอนการออกกำลังกายแบบสเต็ป เราสามารถหาสเต็ปได้ทั่วไปในอินเตอร์เน็ต แล้วทำตาม หรือจะดูในยูทูปก็มีให้ดูมากมาย

วิธีดังกล่าวข้างต้นเป็นเพียงข้อแนะนำหรือเป็นไอเดียวสำหรับการออกกำลังกายเท่านั้นค่ะ สำหรับแต่ละท่าและรายละเอียดเพิ่มเติม ก็สามารถหาในอินเตอร์เน็ตได้ค่ะ

การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญมาก เราไม่จำเป็นต้องไปข้างนอกหรือสมัครคอร์สฟิตเนสราคาแพงเลย และยังไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปกับการซื้ออุปกรณ์การออกกำลังกายให้เปลือง เพียงแค่การวางแผนการออกกำลังกาย ว่าต้องการที่จะบริหารส่วนไหน เลือกท่าออกกำลังกาย กำหนดเวลาแต่ละท่า แต่ละเซ็ท ทำการจดบันทึก เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถมีสุขภาพร่างกายที่ดี และรูปร่างสวยกระชับได้ อย่าลืมว่าการออกกำลังกายให้มีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญ ไม่ใช่ อุปกรณ์ หรือเวลา แต่อยู่ที่ใจ เลิกหาข้ออ้าง เปลี่ยนเห็นหาโอกาสและลงมือเริ่มออกกำลังกายกันค่ะ