Kaybee plus (เคบี พลัส) กับสารสกัดที่ไม่เคยมีมาก่อน

Kaybee plus (เคบี พลัส) กับสารสกัดที่ไม่เคยมีมาก่อน

โดยปกติในร่างกายของคนเราจะมีธาตุต่างๆเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำ กระดูก กล้ามเนื้อ หรือไขมัน ซึ่งที่หลายๆคนกังวลใจมากที่สุดนั่นก็คือ ไขมัน แล้วคุณทราบหรือไม่คะว่า ปริมาณไขมันในร่างกายของคนเรามีอยู่มากน้อยแค่ไหน? ในแต่ละคนถึงแม้น้ำหนักตัวจะเท่ากันแต่ปริมาณไขมันในร่างกายนั้นแตกต่างกัน จากเปอร์เซนไขมันในแต่ละคน ผู้ที่มีปริมาณไขมันน้อยกว่าจะมีส่วนประกอบอื่นๆในร่างกายมากกว่า เช่น กล้ามเนื้อ เพราะเราจะเห็นได้ว่าผู้ที่มีปริมาณไขมันน้อยจะมีกล้ามเนื้อที่เรียงตัวและกระชับมากกว่าไขมัน จึงทำให้มีหุ่นเพรียวและกระชับกว่าผู้ที่มีปริมาณไขมันมากกว่านั่นเอง ดังนั้นเราจึงควรทราบปริมาณไขมันในร่างกายด้วยนะคะ หากเรามีปริมาณไขมันมากจนเกินไปเราควรเผาผลาญไขมันส่วนเกินนั้นออกไปร่างกาย ซึ่งวิธีการเผาผลาญไขมันสามารถทำได้โดยง่ายเพียงคุณมีตัวช่วยเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม kaybee perfect + มาดูกันว่าเคบี เพอร์เฟค พลัส จะช่วยลดปริมาณไขมันในร่างกายเราได้ดีจริงหรือไม่?

อ้วนมากแค่ไหน ก็ผอมลงได้ ด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนัก เคบี พลัส ที่มีสารสกัดจาก African Mango และสารสกัดจากสมุนไพรไทย มาสกัดรวมเป็นหนึ่งเดียว คุณจะเห็นว่ามีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหลากหลายชนิดที่มีสารสกัดจากสมุนไพรไทย แต่ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเคบี+ มีสารสกัดที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชนิดอื่นๆที่ไม่เคยมีมาก่อนนั่นก็คือ สารสกัดจาก African Mango ที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุด และถือได้ว่าเป็นส่วนผสมหลักของยาลดความอ้วน Kaybee+ ที่มีสรรพคุณในการช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกายและเบิร์นส่วนต่างๆในร่างกาย ช่วยลดสัดส่วนให้กระชับยิ่งขึ้น มากกว่าสมุนไพรธรรมดาถึง20เท่า

kaybee plus

  ทำไมต้องเป็น kaybee plus (เคบี พลัส) ทีมีสารสกัดมาจากAfrican Mango เราจะสังเกตเห็นได้ว่ามีชมพื้นเมืองทางแอฟริกาตะวันตกมีรูปร่างค่อนข้างผอมและสุขภาพดี ซึ่งเราได้ทราบมาว่าชนเผ่าพื้นเมืองรับประทานมะม่วงชนิดพิเศษนี้เป็นประจำทุกวัน ซึ่งนอกจากมะม่วงชนิดนี้จะช่วยในเรื่องของการเผาผลาญแล้ว ยังมีกากใยที่ช่วยขับถ่าคอลเลสเตอรอลและควบคุมน้ำตาลได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ดังนั้นนอกจากเคบี จะช่วยในเรื่องของการผลาญไขมันแล้วยังมีดีท๊อกซ์ ที่ช่วยล้างสารตกค้างหรือขับสารพิษต่างๆในร่างกายออกมาเพื่อดูดซับสารสกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นมั้ยคะ แม้ว่าคุณจะดื้อยาแค่ไหนก็ไม่ต้องกังวล เพราะ ไม่ใช่แค่เป็นยาลดน้ำหนักแต่เป็นสมุนไพรและผลไม้ น้ำหนักคุณลดแค่ไหนก็ไม่มีเพิ่มขึ้น เพราะทางเจ้าของแบรนด์และทีมงานทุกฝ่ายได้ทดสอบกับผู้ใช้จริงจาก100% เห็นผลกว่า 95% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคด้วยค่ะ

เคบี พลัส ลดน้ำหนัก โฉมใหม่ ขนาดใหม่ แพ็คเกจใหม่ ราคาย่อมเยาเพียง 190 บาท* เพื่อให้เข้าถึงได้กับทุกกลุ่ม ถึงแม้ราคาจะถูกลง แต่คุณภาพและประสิทธิภาพกลับพัฒนาดีขึ้นกว่าเดิมทั้งในเรื่องของส่วยผสม สูตรส่วนผสมที่ปรับใหม่ให้ลงตัวมากขึ้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น

เห็นแบบนี้แล้วใครที่อยากจะมีหุ่นส่วน สัดส่วนกระชับลงตัว หรือคนที่ทานมาหลายตัวแล้วยังไม่ลดซักที ตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของสาวๆ หนุ่มๆ ที่ใส่ใจกับรูปร่างค่ะ สำหรับใครที่สนใจหาทดลองสั่งซื้อ เรามีร้านแนะนำ เคบีพลัส ของแท้ 100% จากบริษัทค่ะ ต้องเว็บนี้เลย www.kaybee-perfect.com เค้ามีบัตรตัวแทนจำหน่าย เป็นตัวแทนจำหน่ายตรง จึงปลอดภัยมั่นใจได้ค่ะ ยังไงก็ลองทักไลน์ไปสอบถามดูค่ะ ^^

ครีมรองพื้น หรือ BB CC ครีม เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

ครีมรองพื้น หรือ BB CC ครีม เหมือนหรือต่างกันอย่างไร


 เมื่อคุณไปเดินตามร้านค้าเครื่องสำอางค์ รองพื้น หรือห้างสรรพสินค้า จะเห็นว่าไม่ได้มีแค่รองพื้น ธรรมดาๆเท่านั้น แต่ยังมี CC Creams หรือ BB Creams แล้วแต่ละแบบมันต่างกันอย่างไร ต้องใช้แบบไหนจึงจะสามารถทำให้มีประสิทธิภาพดีที่สุด วันนี้เราเลยมาบอกความแตกต่างระหว่าง รองพื้น ซีซีครีม และบีบีครีมกันค่ะ

ครีมรองพื้น
ครีมรองพื้น

 รองพื้น Foundation
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกปิดได้ดีที่สุด คือช่วยเรื่องการปกปิดอาจจะผสม SPF หรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นหรือแต่ละยี่ห้อค่ะ และยังสามารถรองรับได้ทุกสภาพผิวอีกด้วย ซึ่งมีหลายประเภททั้งรองพื้นแบบน้ำ แบบครีม หรือแบบแป้ง นอกจากนี้ยังมีระดับการปกปิดปิดตั้งแต่การปกปิดน้อยไปจนถึงปกปิดมาก

BB Creams (ย่อมาจาก Blemish Balm Cream)
เป็นรองพื้นประเภทหนึ่ง เนื้อบางเบา ที่ผสมเอามอยเจอร์ไรเซอร์ ,SPF และรองพื้นที่มีน้ำหนักเบาเข้าไว้ด้วยกันอีกด้วย ใช้ได้ทุกสภาพผิวเหมาะสำหรับสาวๆที่ไม่อยากแต่งหน้าแบบจัดๆ

CC Creams (ย่อมาจาก Color Correcting Cream / Color Control Cream/ Color Changing Cream ชื่อเรียกจะขึ้นอยู่กับแต่ละแบรนด์ด้วยค่ะ)
เป็นผลิตภัณฑ์ที่สาวๆมักจะกล่าวถึงกันในขณะนี้ มีความคล้ายคลึงกับ บีบีครีม แต่จะมีเนื้อสัมผัสที่บางเบากว่าบีบีครีม เพราะมีส่วนผสมที่เน้นการบำรุงมากกว่าและสามารถบำรุงได้พร้อมๆกับการแต่งหน้า จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแต่งหน้าบางๆ และไม่มีปัญหากับผิวเรื่องการปกปิดมากนัก

นอกจากนี้ก็ยังมีครีมประเภทอื่นๆอื่น เช่น AA / DD / EE ให้เราได้เลือกใช้กันด้วยค่ะคุณสมบัติแต่ละตัวก็ขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละแบรนด์ที่จะทำออกมาค่ะ

ดังนั้น สาวๆที่เน้นการปกปิดรอยต่างๆบนใบหน้าที่เหมาะสมที่สุดเลยก็คือ รองพื้นนี่แหละค่ะ เพราะมีระดับการปกปิดน้อยไปจนถึงการปกปิดมากและเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เสริมความงามเท่านั้น เมื่อใช้แล้วอย่าลืมทำความสะอาดผิวหน้ากันด้วยนะ

สูตรรองพื้นแบบต่างๆ

สาวๆที่ชอบใช้เครื่องสำอางคงจะรู้กันอยู่แล้วว่า รองพื้น เป็นเครื่องสำอางค์ที่ต้องใช้ก่อนเครื่องสำอางค์ชนิดอื่นๆจึงเป็นส่วนสำคัญบนใบหน้าของคุณ เรามาดูสูตรรองพื้นแต่ละสูตรกันดีกว่าค่ะ ว่าแต่ละสูตรเหมือนหรือต่างกันอย่างไร?
สูตรรองพื้น “ออยล์ฟรี” สูตรออยล์ฟรี ก็คือสูตรไม่ใส่น้ำมันซึ่งมีสารที่ช่วยอุ้มน้ำมันและดูดซับน้ำมันได้เป็นอย่างดี มีคุณสมบัติติดทนพอสมควร

สูตรออยล์ฟรี
ข้อดี ก็คือ เนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะเหมาะกับผิวหน้าธรรมดาๆที่ไม่มันมาก และ
ข้อเสีย คือเนื้ออาจจะเกลี่ยได้ยากเพราะแห้งเร็วและสีอาจจะตกได้เมื่อโดนเหงื่อหรือน้ำ

สูตร “วอเทอร์ฟรี”
เป็นรองพื้นที่มีส่วนผสมจากน้ำมัน เช่น น้ำมันพืช จึงทำให้เนื้อครีมมีน้ำหนักมากกว่ารองพื้นสูตรอื่นๆ
ข้อดี ข้อเสียของสูตร วอเทอร์ฟรี ข้อดีของสูตรนี้ เนื้อจะติดทน สีไม่ตกและปกปิดรอยด่างดำได้ดีเลยทีเดียว ทำให้เหมาะกับสาวๆที่ต้องการปกปิด แต่ก็มี
ข้อเสีย อยู่ตรงที่ว่าน้ำหนักของเนื้อครีมทั้งหนาและทั้งทำความสะอาดอยากนั่นเองค่ะ

สาวๆ จึงควรเลือกสูตรรองพื้นที่คิดว่าเหมาะกับตัวเอง หากสาวๆคนไหนหน้าสวยใสไร้สิวอยู่แล้วก็ต้องใช้สูตร ออยล์ฟรีค่ะ แต่ถ้าหากสาวๆที่มีรอยดำจากสิวหรือรอยด่างดำบนใบหน้ามากๆ เราแนะนำสูตร วอเทอล์ฟรีค่ะ แต่สูตรรองพื้นไม่ได้มีแค่สองสูตรนี้เท่านั้นนะ หากใครเคยใช้สองสูตรนี้แล้วอยากลองสูตรอื่นก็สามารถไปดู หรือทดลองใช้กันได้เลย

สุดท้ายนี้ เราอยากจะมาแนะนำรองพื้นปกปิดคุณสมบัติเยี่ยมตัวนึงค่ะ ตัวนี้เป็นที่นิยมมายาวนาน และปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมอยู่มากค่ะ อาจจะเนื่องด้วยคุณสมบัติในการปกปิดที่ดี และราคาย่อมเยาอีกด้วยค่ะ นั่นก็คือ

ครีมรองพื้น Dermacol

ครีมรองพื้น Dermacol

เป็นรองพื้นที่มาจากฟากยุโรปนู่น แต่ดังมาไกลถึงเอเชีย ตัวนี้ไม่มีฐานการผลิตในไทยนะคะ สามารถสั่งได้จากตัวแทนจำหน่ายที่นำเข้ามาได้อย่างเดียว ตัวนี้ปกปิดได้ดีมากๆ ขนาดรอยสักดำๆ ก็ยังสามารถที่จะปิดได้ค่ะ ความนิยมของคนไทยที่ใช้จะมีทั้งใช้แต่งหน้าทั่วไปในชีวิตประจำวัน หรือใช้เฉพาะกิจในการปกปิดรอยสัก เวลาไปสมัครงาน หรือไปสอบราชการค่ะ สามารถใช้ได้ดี แต่ตัวนี้ก็จะมีข้อเสียอยู่บ้างคือสำหรับคนที่แต่งหน้า ก็อาจจะดูหน้ามันวาว เพราะเป็นรองพื้นที่มาจากประเทศเมืองหนาว สำหรับอากาศร้อนๆของไทย อาจจะต้องประยุคใช้งานกันค่ะ สำหรับสาวๆ ออฟฟิต ไม่น่าจะมีปัญหาค่ะ และอีกข้อหนึ่งคือสำหรับคนที่ใช้ในการปกปิดรอยสัก จะมีปัญหาเรื่องแห้งช้า และเลอะเสื้อผ้าค่ะ คำแนะนำในการใช้ก็ให้ค่อยๆ ลงรองพื้นบางๆ แล้วลงซ้ำหลายๆรอบค่ะ

สำหรับใครที่สนใจหาซื้อ เนื่องจากครีมตัวนี้ได้รับความนิยมมากจนมีของปลอมเข้ามามากมาย ถ้าต้องการหาซื้อของแท้เน่านั้นแนะนำร้านนี้ค่ะ www.dermacolthailand.com เป็นร้านตัวแทนผู้นำเข้ารายใหญ่ของไทย มั่นใจได้ว่าของแท้ 100% (และยังมีออกโปรมาบ่อยๆ ด้วยค่ะ)

แคปชั่นอาหารเสริมลดน้ำหนัก เขียนยังไงให้โดนใจ ขายปัง

แคปชั่นอาหารเสริมลดน้ำหนัก เขียนยังไงให้โดนใจ ขายปัง

แคปชั่นอาหารเสริมลดน้ำหนัก

อยากขายดีต้องรู้เรื่องเขียนแคปชั่น

– อยากเป็นแม่ค้าออนไลน์ที่ขายดี ขายปัง
– อยากโพสต์ขายออกไปแล้วลูกค้าทักมาซื้อกันรัวๆ

เคยสงสัยไหม ทำไม โพสขาย อาหารเสริมลดน้ำหนัก โพสต์ไปแล้วเงียบ ไลค์ซักไลค์ยังไม่มีเลย พอเจอแบบนี้บ่อยเข้าก็จะเริ่มท้อ ทีคนอื่นขายได้ ทำไมเราถึงยังขายไม่ได้ หนักๆเข้า ก็จะมีความคิดในแง่ลบว่า หรือสินค้ามันขายไม่ได้จริง คนที่ขายได้สร้างภาพหลอกลวงหรือป่าว กลายเป็นพลังงานด้านลบให้เราไม่ทำอะไรต่อและก็หยุด เลิก กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม บ่นท้อแท้โชคชะตาเหมือนเดิม
แท้จริงแล้วการขายของออนไลน์นั้นเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ดีเลยทีเดียว และก็เหมือนทุกอาชีพคือเราต้องมีความรู้ มีความพยายาม และทุกอย่าง ไม่มีอะไรง่าย แต่ก้ไม่ยากถ้าเราตั้งใจและลงมือทำ

สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ทำให้แม่ค้าออนไลน์ขายดีต่างกัน นั่นก็คือการเขียนแคปชั่นค่ะ

ก่อนที่จะบอกว่าเขียนแคปชั่น ที่ดีเป็นยังไง อยากให้คุณวิเคราะห์แคปชั่นตัวเองก่อนตามนี้นะคะ

คุณเป็นแม่ค้าออนไลน์ ที่โพสต์ขายสไตล์ไหนคะ

1) ลอกแคปชั่นเค้ามา แบรนด์เขียนอะไร แม่ทีมเขียนอะไร ก๊อปมาแบบนั้นแหละ ก็มันคิดไม่ออก
2) ใส่ไปทุกอย่างที่เป็นคุณสมบัติของสินค้า เขียนไปเยอะๆเลย ดูคุณสมบัติเยอะดี ลูกค้าจะได้เชื่อถือ
3) เน้นรายละเอียด ราคาเท่าไหร่ใส่ไปให้ครบๆ มีโปรอะไร ที่เป็นโปรสุดคุ้ม ใส่ไปให้หมด
4) ร่ายยาว สาธยายในแคปชั่นเดียว ว่าขายอะไรบ้าง ประมาณว่าจะได้ไม่พลาด น่าจะมีที่สนใจ สักตัวล่ะว่ะ หรืออื่นๆอีกมากมายหลายแบบ

วันนี้จะมาชวน สังเกตแคปชั่นตัวเองกันค่ะ

คุณลองเอาตัวเอง ออกมาเป็นคนอื่น แล้วลองอ่าน แคปชั่น ของตัวเองดูนะคะ ทำประหนึ่งว่า ไม่รู้จักสินค้าตัวนี้มาก่อน

ถ้าคุณเป็นลูกค้าอ่านแคปชั่นของตัวเอง แล้วคุณจะซื้อไหม
ถ้ามองไม่ออก ลองอ่านแคปชั่นของแม่ค้าคนอื่นดูก็ได้ค่ะ
ว่าแคปชั่นแบบไหน ที่ชวนให้ทักไปซื้อเอามากๆ
อ่านเยอะๆจะมองเห็นแนวทางการเขียนแคปชั่นที่ทำให้อยากซื้อค่ะ

ในโพสต์ปักหมุดของเพจแม่ค้าออนไลน์ มีแม่ค้าออนไลน์มาฝากร้านกันเยอะเลย ลองเข้าไปอ่านดูค่ะ รับรองว่าได้แนวทาง

แต่จากประสบการณ์ที่เขียนแคปชั่นเองมาตั้งแต่วันที่ไม่มียอดขาย จนยอดขาย 7 หลัก ต่อเดือน

แคปชั่นที่ทำให้ขายได้มากที่สุดคือ แคปชั่น ที่มีคุณสมบัติต่อไปนี้

1) ประโยคแรก กระแทกใจค่ะ ต้องกระตุ้นต่อมความเจ็บปวดในใจลูกค้า ให้ได้
เช่น “โดนล้อว่าอ้วนมาทั้งชีวิต…” หรือ “อยากใส่เสื้อผ้า ไซส์ S แต่ซื้อที่ไร ได้ใส่ แต่ XL …”

อะไรประมาณนี้ค่ะ ประโยคแรกของแคปชั่น ต้องทำให้คนอ่านเอ๊ะ อยากจะอ่านต่อ ถ้าเค้ามีประสบการณ์ร่วม มันจะทำให้เค้า สนใจที่จะศึกษาต่อว่าของสิ่งนี้คืออะไร เมื่อเค้าเริ่มสนใจโอกาสขายคุณก็มีมากขึ้นค่ะ

2) ตามด้วย สินค้าที่ขายช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่างไร
ต่อไปนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะให้ข้อมูลกับลูกค้า ว่าสินค้าของเราดีกับลูกค้าของเราอย่างไร ถึงแม้ว่าคุณสมบัติของสินค้าจะมีหลายอย่าง แต่ให้เลือกอย่างที่ตรงกับลูกค้ามากสุด ยกตัวอย่างเช่น อาหารเสริมยูสลิม สามารถช่วยลดน้ำหนัก ลดไขมันหน้าท้อง ต้นแขนต้นขาได้ แต่ลูกค้าของเรามีปัญหาลงพุงมีหน้าท้อง เราก็ระบุให้ตรงไปเลย

การเอาอะไรยาวๆ มาใส่ในแคปชั่น ร้อยทั้งร้อย ลูกค้าไม่อ่าน เพราะคนเล่นเฟสบุค เขาเข้ามาผ่อนคลาย ดูเพื่อความบันเทิง ถ้าเป็นคปชั่นขาย สั้นๆ กระชับ ได้ใจความ ซึ่งถ้าคนเขาสนใจจริงๆ เขาจะทักมาถามรายละเอียดสินค้าเราเอง หรือเขาก็อาจจะไปดูรายละเอียดในเพจที่เราลงข้อมูลไว้เอง นั่นคือบอกใส่สิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ ไม่ใช่เขียน ในสิ่งที่เราอยากบอกลูกค้า

3) อย่าลืมปุ่ม call to action call to action คือ อะไร คือช่องทางที่ให้ลูกค้าติดต่อคุณได้ถ้าเค้าสนใจ ถ้าคุณขายผ่านเพจ มันจะมีให้คลิกทักin box ในโพสต์ได้แล้ว ลูกค้าจะได้ไม่เสียเวลาไปหาช่องทาง inbox ทำไว้เลยนะคะ ถ้าคุณขายผ่านเฟส จะให้ทัก in box ทัก ไลน์ ก็copy link มาวางให้คลิกง่ายๆเลยค่ะ อย่าให้ลูกค้าต้องไปพิมพ์อะไรที่มันยุ่งยาก มันจะทำให้คุณเสียโอกาส คนในยุค 4 G ไม่ชอบรอค่ะ

4) มุขตลกช่วยได้ อย่างที่บอกในข้อ 2 ค่ะ ว่าคนที่เล่นเฟส เค้าเข้ามาเสพความบันเทิง ถ้าคุณมีมุขตลก มีแคปชั่นที่ฮาบ้าง ช่วยได้เยอะค่ะ คนจะชอบอ่าน ลองฝึกดูนะคะ

การเขียนแคปชั่นเป็นเพียง 1 ในวิธีที่จะช่วยเรียกลูกค้าให้มาสนใจสินค้าคุณนะคะ แต่ถ้าต้องการขายดีแบบเป็นอาชีพได้ แม่ค้าออนไลน์ยังต้องมีเทคนิคอีกเยอะมาก

#อยากให้แม่ค้าออนไลน์ทุกคนขายดี

ทำไมถึงต้องเป็น ครีมแฮวอน Haewon

ทำไมถึงต้องเป็น ครีมแฮวอน Haewon

ครีมแฮวอน

หลายคนสงสัยว่าครีมตัวนี้ดีอย่างไร ทั้งๆที่ในท้องตลาดมีครีมให้เลือกมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่แฮวอนแตกต่างจากแบนรด์อื่นที่มีตาม ขายกันเกลื่อนเน็ตคือ แฮวอน Haewon เป็นครีมที่สั่งผลิตมาเฉพาะโดยสูตรส่วนผสมพิเศษของแฮวอน ไม่ใช่ครีมตลาดที่สั่งผลิตโดยสูตรของโรงงานแล้วมาติดแบรนด์ขายเมือกับครีมอื่นๆ
แฮวอน คัดสรรสารสกัดจากทั้งแล็ปเกาหลีและจากแล็ปในอิตาลี่ มีใบอนุญาติ MSDS ได้มาตรฐานสากล GMP และ FDA อีกด้วย อีกทั้งยังมีการทดสอบผลิตภัณฑ์มามากมายนับไม่ถ้วนเพื่อให้ได้สัดส่วนผสมที่ลงตัว ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัย

ครีมแฮวอน มีความพิเศษอย่างไร
– สามารถช่วยปรับผิวให้ขาวกระจ่างใน และดูเป็รธรรมชาติ
-ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิว ให้กลับมาแข็งแรง ไม่แพ้ง่าย ไม่ไวต่อแสง
-สารสกัดเป็นสารออแกนิค จากธรรมชาติ การผลืตได้มาตรฐาน
-เป็นผลงานวิจัยจากประเทศเกาหลี ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความงาม
-ได้ผ่านการทดสอบเรื่องการแพ้และการระคายเคือง จากสถาบันผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
-เนื่องด้วยความอ่อนโยนของแฮวอน ยังสามารถใช้ทาใต้ตา แทนอายครีมได้อีกด้วย

Haewon สกินแคร์พิเศษจากแล็ปเกาหลี เอกสิทธิเฉพาะแฮวอนเท่านั้น ช่วยบำรุง รักษา ดูแล แก้ปัญหาผิวหน้า ลดรอยสิว รอยด่างดำ สารสกัดจากธรรมชาติแท้ๆ ปลอดภัยได้มาตรฐาน

ตอบคำถามผลิตภัณฑ์แฮวอน คำถามที่พบบ่อย

ครีมแฮวอน ช่วยอะไรบ้าง?
ตอบ: ครีมแฮวอน เป็นครีมที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลรักษาบำรุงผิวหน้า โดยเฉพาะ ด้วยสัดส่วน ส่วนผสมที่ลงตัว และด้วยสารสกัดพิเศษจึงมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาทุกผิวหน้า ทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิว ปัญหาผิวแพ้ง่าย แพ้สารเคมี สเตียรอยด์ ปัญหารอยด่างดำบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นสิว ฝ้า ความหมองคล้ำ ช่วยปรับสมดุลผิว ผิวแห้ง ผิวมัน รู้ขุมขนกว่า ให้กลับมามีสุขภาพดี

แฮวอน มี อย. ไหม?
ตอบ: แน่นอนค่ะ อย่างแรกที่แฮวอนให้ความสนใจไม่แพ้ประสิทธิภาพก็คือเรื่องความปลอดภัย แฮวอนถึงกล้าการรันตีการแพ้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าการแพ้มาจากแฮวอน ทางเรายินดีคืนเงินให้ 150% ค่ะ แฮวอนได้ผ่าน อย. โดยมีเลขจดแจ้ง 10-1-5918689 ยังผ่านมาตรฐานการผลิตอีกหลายๆอย่างทั้ง GMP FDA อีกด้วยค่ะ

แฮวอน ผลิตที่ประเทศอะไร ?
ตอบ: แฮวอนเป็นครีมที่คิดค้น ออกแบบ ทดลอง ปรับปรุงที่แล็ปในประเทศเกาหลีค่ะ และได้นำสูตรและเทศนิคการผลิตมาผลิตในโรงงานที่ได้มาตรฐานในประเทศไทยเนื่องจากความสะดวกในหลายๆด้านค่ะ ซึ่งจะไม่เสียเวลาในการขนสินค้าขนส่งข้ามน้ำข้ามทะเลมา ทำให้ได้สินค้าสดใหม่ตลอดค่ะ และเนื่องจากส่วนผสมที่คัดสรรมาอย่างดี มั่นใจได้ในประสิทธิภาพแน่นอนค่ะ

ส่วนผสมของแฮวอน มีอะไรบ้าง ?
ตอบ: ส่วนผสมหลักสำคัญในแฮวอนมีดังนี้ค่ะ
-Korean Golden Bell Fruit Flower หรือดอกระฆังทองของเกาหลี มีส่วนช่วยเร่งผิวขาว
-Amitose 3GA ช่วยฟื้นฟูผิวเสียจากมลภาวะขั้นรุนแรง
-White Truffle Extract หรือสารสกัดจากเห็ดทรัฟเฟิลขาว ช่วนในการชะลอวัยของผิว กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวที่สมบูรณ์แบบ
-Jeju Extract ทำให้ผิวเนียนละเอียด ลดเลือนฝ้าถาวร (ในกรณีที่เป็นฝ้ากรรมพันธุ์ ไม่สามารถทำให้หายขาดได้เลยนะคะ จางลงได้อย่างเดียวค่า)
-Clean Sawer ปรับสมดุลย์ผิว,ขจัดความมัน,ลดการอุดตันรูขุมขน,ลดการสร้างเชื้อแบคทีเรีย
-Jeju blossom สร้างความแข็งแรงให้ผิวหน้าและลดการระคายเคือง

ผู้ชายใช้แฮวอนได้หรือไม่ ?
ตอบ: ครีมแฮวอนเป็นครีมที่ออกแบบมาให้เหมาะกับทุกสภาพผิวค่ะ จึงสามารถใช้ได้ทั้งหญิงและชายค่ะ

แฮวอน ของแท้ ของปลอม มีวิธีดูได้อย่างไร ?
ตอบ: เพื่อความมั่นใจ ปลอดภัยว่าได้รับของแท้ 100% ให้สั่งซื้อกับตัวแทนที่มีบัตรตัวแทนจำหน่ายเท่านั้นค่ะ โดยมีราคาเป็นมาตรฐานที่กระปุกล่ะ 690 บาท สำหรับร้านค้าไหนที่ไม่ได้จำหน่ายราคานี้ เบื้องต้นให้สงสัยได้เลยว่าไม่ได้เป็นสินค้าที่มาจากบริษัท หรืออาจเป็นของปลอม ลอกเลี่ยนแบบได้ค่ะ หรือสามารถสั่งซื้อได้ที่ เว็ปไซต์ตัวแทนหลัก www.haewon-thailand.com ซึ่งมั่นใจได้ของแท้ 100% ค่ะ

จะสามารถสมัครตัวแทนจำหน่ายแฮวอน ได้อย่างไร ?
ตอบ: สอบถามตัวแทนจำหน่ายครีมแฮวอนได้ที่ตัวแทนที่มีบัตรตัวแทนจำหน่ายได้ทุกคนค่ะ

เซทคู่ You slim + S herb ดีอย่างไร

เซทคู่ You slim + S herb ดีอย่างไร

 

You slim + S herb อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มักจะทานคู่กับอาหารเสริมลดน้ำหนักนั่นก็คือ ดีท๊อกซ์ (Detox) หรืออาหารเสริมที่ช่วยล้างสารพิษทำความสะอาดลำใส้ ช่วยในการระบาย

You slim + S herb

ทำไมเราต้องทาน ดีท๊อกซ์ ?
ในอาหารเสริมลดน้ำหนักทั่วไปถ้าจะให้ประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว ควรจะต้องทานควบคู่กับดีท๊อกซ์ที่ส่วนผสมออกแบบมาให้ทำงานประสานกันโดย ดีท๊อกซ์จะช่วยในการล้างสารสกัดส่วนเกินที่ตกค้างในร่างกายออก ลดการสะสมของสารตกค้างในร่างกาย เพื่อให้สุขภาพดีขึ้น โดยการทานนั้นสำหรับคนที่จะเปลี่ยนชนิดของอาหารเสิรมลดน้ำหนัก ควรต้องทานต้องเนื่อง 7 วัน ก่อนจะเริ่มทานตัวใหม่ หลังจากนั้นสามารถทานได้ 2-3 วัน 1 ครั้งก็ได้
นอกจากนี้ ในตัวดีท๊อกซ์ ยังมีสารสกัดที่ช่วยให้ระบายด้วย โดยทั่วไปการทำงานของอาหารเสริมลดน้ำหนักส่วนใหญ่ จะมีการดึงน้ำออกจากร่างกายเพื่อไปใช้ในกระบวนการเผาผลาญไขมัน ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกหิวน้ำ หรือคอแห้งบ่อยเวลาทานอาหารเสริมลดน้ำหนัก ซึ่งทำให้ต้องดื่มน้ำมากๆ เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการลด โดยที่ถ้าหากว่าร่างกายขาดน้ำ ระบบของร่างกายก็จะไปดึงน้ำจากอาหารที่เราทานแทนทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ง่าย ดังนั้นการทานดีท๊อกซ์ในระหว่างการทานอาหารเสริมลดน้ำหนักสำหรับคนที่ท้องผูกง่าย จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยด้วย

ดีท๊อกซ์คืออะไร ?
ดีท็อกซ์ (Detox) ย่อมาจากคำว่า ดีท็อกซิฟิเคชัน (Detoxification) หมายถึง วิธีการหรือกระบวนการนำเอา ท็อกซิน หรือ สารพิษ (toxic substances หรือ toxin) ต่างๆ ออกจากร่างกาย หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่าเป็น “การล้างพิษ” เมื่อร่างกายของคนเราสะสมสารพิษที่มาจากสิ่งแวดล้อมและจากการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ จึงจำเป็นต้องมีการล้างสารพิษเหล่านี้ออกจากร่างกาย

S Herb Detox (เอส เฮิร์บ ดีท๊อกซ์) คืออะไร ?
อาหารเสริมช่วยดีท็อกซ์ ที่ช่วยในการ ล้างสารพิษ สิ่งตกค้างในร่างกาย ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น จึงเหมาะสำหรับทานคู่อาหารเสริมลดน้ำหนัก ตัวนี้จะเป็ฯเซทมาพร้อมกับ you slim ลดน้ำหนัก เพื่อช่วยผลลัพธ์ในการลดน้ำหนักที่ดีขึ้น ช่วยระบาย หลังจากผลของการทานลดน้ำหนัก ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ s herb detox จึงปลอดภัยมันใจได้ นอกจากนี้เอสเฮิร์บยังช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง ดูมีน้ำมีนวล ยิ่งขึ้น ด้วยส่วนผสมจากวิตามินซี และ ชาขียว

สรุป S Herb Detox เหมาะสำหรับใครบ้าง
– เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาระบบขับถ่ายทั่วไป คนที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสทานผักผลไม้ หรือคนที่ท้องผูกบ่อยๆ เนื่องจากสาเหตุอื่นๆ
– คนที่กำลังทานอาหารเสริมลดน้ำหนัก ทานดีท๊อกซ์ควบคู่กันจะได้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น
– คนที่มีปัญหาหน้าท้อง ลงพุง
*ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

เอสเฮิร์บ ดีทอกซ์ ดีกว่าตัวอื่นๆ อย่างไร?
– เป็นสารสกัดจากสมุนไพรธีมชาติ มั่นใจ ปลอดภัย
– มีประสิทธิภาพในการช่วยระบบขับถ่าย ระบายของเสีย
– ไม่มีผลข้างเคียงอันตรายใดๆ ไม่เวียน หัวใจสั่น
– ไม่มีสารอันตราย ปลอดภัย มี อย.
*ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์จากการทาน You slim + S Herb
– น้ำหนักลดลง (*มากน้อยขึ้นกับแต่ละบุคคล)
– ลดพุง ลดต้นแขน ลดต้นขา กระชับสัดส่วน หุ่นเพรียว
– หน้าท้องแบนขึ้น สัดส่วนลดลง ระบบขับถ่ายดีขึ้น ผิวพรรณ ดูผ่องใส
– อัตราเสี่ยงเบาหวาน ไขมันในเส้นเลือด ไทรอยด์ ลดลง
– รู้สึกตัวเบาลง แขนขากระชับขึ้น
– ระบบขับถ่ายดีขึ้น

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ เอสเฮิร์บ ดีท็อกซ์ (S Herb Detox)
สมุนไพร ดีท็อกซ์ ขับของเสียออกจากร่างกาย
ขนาดบรรจุ S Herb Detox : บรรจุกล่องละ 10 แคปซูล
เลขที่จดแจ้ง : 10-1-24858-1-0018

วิธีรับประทาน :
รับประทานวันละ 1-2 แคปซูล ก่อนนอน

คำเตือน :
เด็กและสตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ไม่ควรรับประทาน
ผู้ป่วยโรคหัวใจ ไทรอยด์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรระวังหรือปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ควรเลือกทานอาหารให้หลากหลายและครบ5หมู่

ส่วนประกอบของ เอสเฮิร์บ ดีท็อกซ์ S Herb Detox

ใน 1 แคปซูล (500 มก.)
– ผงไซเลี่ยม ฮัสท์ 120 มก.
– สารสกัดจากผลส้มแขก 100 มก.
– สารสกัดจากถั่วขาว 80 มก.
– สารสกัดจากโสม 50 มก.
– สารสกัดจากชาเขียว 40 มก.
– สารสกัดจากบุก 30 มก.
– สารสกัดจากกระบองเพชร 30 มก.
– สารสกัดจากมะขามป้อม 30 มก.
– วิตามินซี 20 มก.

สำหรับใครที่อยากทดลองทาน เซทคู่ You slim สามารถคลิ๊กลิ้งค์นี้ได้เลยจ้า

7 ผลไม้ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน

7 ผลไม้ลดน้ำหนัก คนที่ลดน้ำหนักควรทานผลไม้ แต่ก็มีผลไม้บางชนิดที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างยิ่ง เช่น ทุเรียน เป็นต้น แต่วันนี้เรามี 7 ผลไม้มหัศจรรย์ที่มีคุณค่าทางอาหาร กากใย และมีความหวานน้อย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือกำลังควบคุมน้ำตาลอยู่ ไปดูกันดีกว่าค่ะว่า จะมีผลไม้ชนิดใดบ้าง

7 ผลไม้ลดน้ำหนัก

1.แอปเปิ้ล (Apple) – เป็นผลไม้ที่มีวิตามิน และไฟเบอร์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยระบบขับถ่าย อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่คนลดน้ำหนักควรทานอย่างยิ่ง

2.ลูกแพร์ (Pear) – ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง อีกทั้งยังมีส่วนที่ช่วยบำรุงหัวใจ ทำให้รู้สึกอิ่มท้อง แต่ไม่รู้สึกหนักท้องอีกด้วยค่ะ

3.กล้วยน้ำว้า (Banana) – ผลไม้ที่ดีและมีประโยชน์มาก เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ โพแทสเซียม และวิตามินบี 6 มีส่วนช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน พร้อมทั้งบำรุงร่างกาย และทำให้รู้สึกอิ่มนาน

4.บลูเบอร์รี่ (Blueberry) – ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วน และช่วยลดน้ำหนักได้ดี

5.สตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry) – ผลไม้โปรดของใครหลายคน ซึ่งมีรสชาติอร่อย หวานอมเปรี้ยว มีวิตามินซีสูง และยังมีฮอร์โมนที่ช่วยเร่งระบบเผาผลาญพลังงาน ลดไขมันสะสมในร่างกาย ดังนั้นสตรอว์เบอร์รี่จึงเป็นผลไม้ที่คนลดน้ำหนักไม่ควรพลาด

6. กีวี (Kiwi) – มีรสชาติอร่อย ทานแล้วรู้สึกสดชื่น อีกทั้ง กีวียังมีคุณสมบัติที่ช่วยปรับความสมดุลในร่างกาย และทำให้รู้สึกอิ่มได้นานขึ้นด้วยค่ะ คนที่ลดน้ำหนักควรหันมาทานกีวีแทนขนมนมเนยต่าง ๆ

7.เกรปฟรุต (Grape fruit) – เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับคนลดความอ้วนอย่างมาก เพราะมีไฟเบอร์สูง และยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณ เรียกได้ว่าทั้งประโยชน์ทั้งหุ่นสวย และผิวพรรณดีเลยล่ะค่ะ

วิธีลดน้ำหนักแบบง่าย ๆ ฉบับคนไม่มีเวลา

วิธีลดน้ำหนักแบบง่าย ๆ ฉบับคนไม่มีเวลา

วิธีลดน้ำหนักแบบง่าย

สำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก แต่ไม่มีเวลาออกกำลังกายและไม่มีเวลาดูแลตัวเอง จะทำอย่างไรดี วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝากสำหรับคนที่ไม่มีเวลา แต่อยากลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักด้วยวิธีง่าย ๆไม่มีอะไรยุ่งยากและซับซ้อน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

• เปลี่ยนจากทานข้าวขาว มาทานข้าวกล้อง
วิธีนี้ง่ายมาก เพราะข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย ทุกคนต้องทานข้าวกันอยู่แล้ว สำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก ข้าวกล้องช่วยได้ค่ะ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินมากมายหลายชนิด อีกทั้งยังไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย

• แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย
ลองเปลี่ยนมาขยับร่างกายบ่อย ๆ เช่น เดินขึ้นบันได เปลี่ยนการขึ้นลิฟล์เป็นการเดิน เวลานั่งก็ขยับขาบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้ใช้พลังงานก็เท่ากับเป็นการเผาผลาญพลังงานไปในตัว หรือจะให้ดีทำพร้อมกับทำงานบ้านไปด้วยก็จะเป็นการใช้เวลาให้คุ้มค่าด้วยค่ะ

• ดื่มน้ำก่อนทานข้าว 15 นาที
วิธีนี้จะช่วยให้คุณทานข้าวอิ่มเร็วขึ้น ไม่ทานในปริมาณที่มากจนเกินความพอดีซึ่งก็เป็นส่วนช่วยในการที่จะรับอาหารเข้าไปสะสมในร่างกายอีกทางหนึ่ง

• เลือกทานผลไม้แทนของหวาน
หากรู้สึกอยากทานขนมหรือของหวาน ให้เปลี่ยนมาทานเป็นผลไม้ที่ช่วยให้อิ่มท้อง และยังช่วยลดน้ำหนักได้ดีแทน เช่น แอปเปิ้ล กีวี กล้วยน้ำว้า เป็นต้น

• ดื่มน้ำมาก ๆ
ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อชดเชยน้ำในร่างกาย และรู้สึกอิ่มจนไม่อยากทานขนมหรือของหวานเพิ่มด้วยและงดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลทุกชนิด เพื่อลดพลังงานรับเข้าสู่ร่างกายค่ะ

• นอนหลับให้เพียงพอและเข้านอนแต่หัวค่ำ
การนอนหลับให้เพียงนอนนั้นควรนอน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน จะเป็นการลดน้ำหนักที่ได้ผล ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ไม่อ่อนเพลีย อีกทั้งหน้าตาผิวพรรณก็จะดูอ่อนเยาว์ด้วยนะคะ การเข้านอนแต่หัวค่ำก็สำคัญไม่แพ้กัน การนอนดึกจะทำให้เราหิวและสุดท้ายก็จะเป็นการเพิ่มการทานมากขึ้น และหลังจากการทานมื้อดึกส่วนใหญ่ก็จะนอนในทันทีทำให้ไม่มีการใช้พลังงานที่พึ่งทานเข้าไปและสะสมในร่างกายในที่สุด วิธีเลี่งโดยการนอนแต่หัวค่ำจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ

10 วิธีออกกำลังกายที่บ้าน โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ออกกำลังกาย

10 วิธีออกกำลังกายที่บ้าน โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ออกกำลังกาย

จะดีไหมไหมถ้าเราสามารถซื้ออุปกรณ์ออกกกำลังกายที่มีในศูนย์ฟิตเนสได้ทั้งหมด มันก็คงจะดีถ้าเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคนที่จะทำได้ การออกกำลังกายเป็นสิ่งงสำคัญ และเราก็สามารถออกกำลังกายให้มีประสิทธิภาพได้โดยที่ไม่ต้องมีอุปกรณ์ใดๆ โดยทำที่บ้าน และถ้าต้องการให้สนุกยิ่งขึ้นก็สามารถฟังเพลงหรือดูทีวีไปด้วยก็ได้

10 วิธีออกกำลังกายที่บ้าน

10 วิธีในการออกกำลังกายที่บ้าน
ต่อไปนี้เราจะไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับการออกกำลังกายอีกแล้ว เพราะนี่คือ 10 ตัวอย่างการออกกกำลังกายที่บ้าน

1. การเดิน – ถ้าหากอากาศดีๆ เราก็สามารถเดินชมรอบๆ บ้าน ดูวิวดูต้นไม้ ชมสวน หรือเดินบริเวณหมูบ้านก็ได้ แต่ถ้าสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยนักก็สามารถเดินขึ้นลงบันใดในบ้านได้ โดยจะสามารถทำงานบ้านไปด้วยก็ได้ เช่นเดินหยิบของ จัดของจากชั้นล่างไปชั้นบน เป็นต้น ซึ่งการเดินขึ้นบันใด จะช่วยให้กล้ามเนื้อขาเราแข็งแรงขึ้น ดีว่าการแอโรบิก ที่อยู่กับที่บนพื้น
ตัวอย่างการเผาผลาญแครอรี่ จากการเดิน 1 ชั่วโมง
– เดินขึ้นบันได 600-1080 กิโลแคลอรี่
– เดินขึ้นเนิน 480-900 กิโลแคลอรี่
– เดินช้า 150 กิโลแคลอรี่
– เดินธรรมดา 300 กิโลแคลอรี่
– เดินลงบันได 425 กิโลแคลอรี่
– เดินลงเนิน 240 กิโลแคลอรี่
– เดินเร็ว 420-480 กิโลแคลอรี่
– เดินเล่น 210 กิโลแคลอรี่

2. กระโดดตบ – เป็นอะไรที่ง่ายและยังได้ออกกำลังกายอีกด้วย ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจให้สูบฉีด กระชับกล้ามเนื้อต้นแขน และขา

3. วิดพื้น ดันพื้น – วิธีนี้สำหรับบางคนอาจจะดูยาก แต่เราก็สามารถประยุกต์ให้เหทาะกับเราได้ โดยอาจจะคุกเข่า แทนการเหยีดขาตรง เพื่อให้ง่ายขึ้น วิธีนี้จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อแขนและหน้าอก สามารถทำได้ทั้งชาย หญิง

4.นอนยกขา – เหมาะสำหรับการสร้างตวามแข็งแรงกล้ามเนื้อขา กระชับก้น และสำหรับคนที่ถ้ายกขาตรงยาก ก็สามารถงอเข่าได้

5. ซิทอัพ – เป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อท้อง วิธีการง่ายๆ โดยเราไม่จำเป็นต้องยกหัวให้ขึ้นชนกับเข่า แค่ยกมาพอที่จะรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อหน้าท้องมีการเกร็ง ค้างไว้ 3-5 วินาที

6. วิ่งจ๊อกกิ้ง – เป็นการออกกำลังที่ดีต่อกล้ามเนื้อหัวใจ ช่วยให้หัวใจได้ออกกำลังกาย แต่สำหรับภายในบ้านอาจจะเป็นเรื่องยากซักหน่อย ลองวิ่งในสวนหรือรอบๆ หมู่บ้านดู

7. สควอซ – เป็นการออกกำลังกายที่ดีสำหรับขาและก้น วิธีการคือ กางขาออกเล็กน้อย เหยียดแขนไปข้างหน้า ย่อเข่าลงจนเข่าตั้งฉากกัน ค้างไว้ 2 วินาที แล้วค่อยๆ ยืนขึ้น

8. ยกน้ำหนัก – เราไม่จำเป็นต้องออกไปซื้ออุปกรณ์หรือดัมเบล เพื่อที่จะใช้มายก เราสามารถหาสิ่งรอบตัวภายในบ้าน เช่นกระป๋องนมข้ม หรือขวดน้ำที่มีน้ำหนักมาใช้แทนก็ได้

9.เต้นรำ – เป็นอีกหนึ่งการออกกำลังกายที่ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง และยังสนุกสนานอีกด้วย วิธีการง่ายๆ คือเปิดคลิปในยูทูป หรือเพลง cover ที่คุณชื่นชอบ แล้วเต้นตามก็ได้

10.สเต็บ แอโรบิค (Step aerobics) – ขั้นตอนการออกกำลังกายแบบสเต็ป เราสามารถหาสเต็ปได้ทั่วไปในอินเตอร์เน็ต แล้วทำตาม หรือจะดูในยูทูปก็มีให้ดูมากมาย

วิธีดังกล่าวข้างต้นเป็นเพียงข้อแนะนำหรือเป็นไอเดียวสำหรับการออกกำลังกายเท่านั้นค่ะ สำหรับแต่ละท่าและรายละเอียดเพิ่มเติม ก็สามารถหาในอินเตอร์เน็ตได้ค่ะ

การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญมาก เราไม่จำเป็นต้องไปข้างนอกหรือสมัครคอร์สฟิตเนสราคาแพงเลย และยังไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปกับการซื้ออุปกรณ์การออกกำลังกายให้เปลือง เพียงแค่การวางแผนการออกกำลังกาย ว่าต้องการที่จะบริหารส่วนไหน เลือกท่าออกกำลังกาย กำหนดเวลาแต่ละท่า แต่ละเซ็ท ทำการจดบันทึก เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถมีสุขภาพร่างกายที่ดี และรูปร่างสวยกระชับได้ อย่าลืมว่าการออกกำลังกายให้มีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญ ไม่ใช่ อุปกรณ์ หรือเวลา แต่อยู่ที่ใจ เลิกหาข้ออ้าง เปลี่ยนเห็นหาโอกาสและลงมือเริ่มออกกำลังกายกันค่ะ

แบตสำรอง Powerbank Eloop แบตเตอรี่พกพา ยอดนิยม

แบตสำรอง Powerbank Eloop

แบตสำรอง นับตั้งแต่สมาร์โฟนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบัน แทบจะพูดได้ว่าไม่มีใครที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งแทบจะกลายเป็นปัจจัยที่ 5 เลยก็ว่าได้ ซึ่งปัจจุบัน โทรศัพท์ก็ไม่ได้มีไว้แค่โทรอีกต่อไป การใช้งานหลายหลายรูปแบบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดูหนัง ฟังเพลง เล่นเฟสบุ๊ค ไอจี ดูยูทูป เล่นเกม หรือแชทคุยกันผ่าน Application ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Line, Facebook massenger และอื่นๆ ทำให้การใช้พลังงานจากแบตเตอรี่มากขึ้นตามมาด้วย ก็จะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้นมาก

ปัญหาโทรศัพท์แบตหมดในระหว่างการใช้งาน จึงนับว่าเป็นปัญหาที่กวนใจ กวนอารมณ์กับใครหลายๆ คน โดยเฉพาะถ้าเล่นเกมแบบทีมอยู่ และแบตหมดอาจจะโดนโทษหักแต้ม หัก EXP ซ้ำไม่พอยังอาจโดนเพื่อนๆด่าได้อีก หรือว่ากำลังนัดเจอเพื่อนหรือแฟนอยู่ข้างนอกที่ไม่มีที่ชาร์จยิ่งถือว่าเลวร้ายสุดๆ จนอาจจะถึงผิดใจกันได้

โดยปกติแล้วถ้าเราอาศัยอยู่บ้านตลอดก็จะไม่มีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่หมด เพราะเราก็จะสามารถชาร์จได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ถ้าเมื่อไหร่เราต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ไปเที่ยวต่างจังหวัด ต่างประเทศ เดินป่า ขึ้นเขา ที่หาที่ชาร์จยากๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีแบตสำรอง พกพา หรือที่เราเรียกว่า พาว์เวอร์แบงค์ (Powerbank) นั่นเอง โดยตัวอุปกรณ์แบตสำรองพกพา Powerbank นั้นเริ่มมีมาหลังจากที่สมาร์ทโฟนมีมาไม่นาน เรียกว่าตามกันมาติดๆ เนื่องจากปัญหาการใช้พลังงานแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟน โดยเริ่มแรกตัวแบตสำรองที่เข้ามาในไทยที่คนรู้จักจะเป็นยี่ห้อ YOOBAO รุ่น 13000 mAh Thunder power bank, Model: YB651 (รุ่น Transformer) ที่เป็นที่นิยมมาก โดยราคาในช่วงแรกๆ ก็จะแพงด้วยคือเป็นหลักพันบาทเลยทีเดียว

power bank YOOBAO
power bank YOOBAO

ในปัจจุบันมี Powerbank มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งยี่ห้อ ขขนาดความจุ รูปลักษณ์ สี ราคา เพื่อให้หลากหลายและตรงกับความต้องการของแต่ละคนมากขึ้น โดย Powerbank ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมมากยี่ห้อหนึ่งในปัจจุบันนี้คือ Eloop (อีลูป)

 

แบตสำรอง Powerbank Eloop

แบตสำรอง Powerbank Eloop
แบตสำรอง Powerbank Eloop

Powerbank Eloop เป็นพาวเวอร์แบงค์ที่ได้รับความนิยมมาก ผลิตที่ประเทศจีน (Powerbank ประเทศไทยเกือบทั้งหมด ผลิตที่จีน) เป็นแบตสำรองที่ได้มาตรฐาน แบตเต็ม Loss น้อย และก็ยังถือว่ามีความปลอดภัยอีกด้วย น้องจากนี้ Eloop ยังเด่นด้วยรูปลักษณ์ ดีไซน์ ขนาดความจุที่หลากหลายขนาด ตั้งแต่ 4000 mAh (Eloop E18) ไปจนถึงขนาด 20,000 mAh (Eloop E14) เลยที่เดียว ซึ่งปัจจุบัน Powerbank Eloop มีให้เลือกมากมายหลายแบบหลายความจุ โดยมีรุ่นที่นิยมมี ดังนี้

E11 (11,000 mAh) / ราคาตลาด* 500 – 700 บาท / มี 3 สี ดำ, เงิน, ทอง
E12 (11,000 mAh) / ราคาตลาด* 400 – 700 บาท / มี 5 สี เหลือง ฟ้า เขียว ดำ ลายไม้
E13 (13,000 mAh) / ราคาตลาด* 400 – 800 บาท / มี 4 สี ขาว, ดำ, น้ำตาล, เทา
E14 (20,000 mAh) / ราคาตลาด* 600 – 800 บาท / มี 4 สี เขียว, ดำ, เงิน, ทอง
E17 (10,000 mAh) /  ราคาตลาด* 600 – 800 บาท / มี 4 สี เงิน ทอง ฟ้า ชมพู
E18 (4000 mAh) / ราคาตลาด* 300 – 400 บาท / มี 4 สี เงิน ทอง ฟ้า ชมพู
E19 (18,000 mAh) / ราคาตลาด* 600 – 800 บาท / มี 2 สี ดำ, ลายพราง

*ราคาโดยประมาณ อ้างอิงจาก Lazada (10/2017)
** สำหรับรุ่นที่ไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้จะเป็นรุ่นที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม

โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็น E14 มีความจุถึง 20,000 mAh สามารถชาร์จได้หลายครั้งเลยที่เดียว แต่ก็มีข้อเสียคือ มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา สำหรับเราชาว Gamer หรือชาว Social media ที่ปัญหาแบตหมดสำคัญกว่า

 ประวัติความเป็นมา

Powerbank Eloop ผลิตโดย ShenZhen Eloop Technology Co.,Ltd เป็นบริษัทออกแบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก่อตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม ปี 2553 ที่เมืองเซินเจิ้นประเทศจีน เป็นบริษัทที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่เข้มงวด แม่นยำและมีคุณภาพบริษัทหนึ่ง ปัจจุบัน แบตสำรอง Powerbank Eloop ถูกส่งขายไปยังหลายๆประเทศได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม ญี่ปุ่นสาธารณรัฐเช็ก เยอรมนี รัสเซีย และประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศ และคุณภาพก็เป็นที่ยอมรับทำให้มีความนิยมอยู่ในปัจจุบัน

นอกจาก Eloop แล้ว ShenZhen Eloop Technology Co.,Ltd ยังแตกไลน์แบรนด์มาอีก ชื่อ Orsen โดยมีรูปลักษณ์เหมือนกับ Eloop ทุกอย่าง (เนื่องจากปัญหาลิขลิทธ์ชื่อ ภายในองค์กร)

บทสรุป

เทคโนโลยีในปัจจุบันก้าวล้ำไปเร็วมาก มีบริษัทผู้ผลิตก็มากตาม ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย บริษัทไหนที่สามารถคงมาตรฐานการผลิตและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆมาได้ก่อนก็จะสามารถอยู่ในตลาดได้นาน แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ก็คงต้องลมหายปิดบริษัทกันไป